วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

9 เคล็ดลับที่ทำให้การตัดเล็บน้องหมาเป็นของง่าย




     เมื่อเล็บของน้องหมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยาว ความท้าทายในการตัดเล็บให้กับสุนัขเลยตกมาอยู่ที่เจ้าของอย่างเรา ครั้นถ้าปล่อยไว้อย่างนั้นก็จะสร้างความเจ็บปวดให้เจ้าตูบมากมายนัก เพราะเล็บที่ยาวมากๆจะแทงเข้าไปในเนื้อเท้าของสุนัข ซึ่งนั่นจะทำให้เจ้าตูบมีปัญหาในการเดินตามมา

     ขณะเดียวกันเจ้าของบางคนก็ยุ่งกับภารกิจต่างๆจนมองข้ามความยาวของเล็บ ลืมไปเลยว่าน้องหมาก็เล็บยาวกับเขาได้ด้วยเหมือนกัน แต่ครั้นเราจะไปตัดเล็บให้ เจ้าตูบก็ทำท่ารังเกลียดรังงอน แต่ปัญหาดังกล่าวจะหมดไปด้วย 9 เคล็ดลับที่ทำให้การตัดเล็บน้องหมาเป็นของง่าย


หนึ่ง
     ตรวจความยาวของเล็บน้องหมาเป็นประจำทุกสัปดาห์ ถ้าเห็นว่าเริ่มยาวแล้ว คุณก็ควรลงมือตัดให้เขาทันที ทำให้การตัดเล็บเป็นสิ่งที่เขาเคยชิน เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเขา


สอง
     ยิ่งคุณเริ่มต้นตัดเล็บให้สุนัขตั้งแต่เขาอายุน้อยเท่าไหร่ ยิ่งเป็นเรื่องดี โดยคุณอาจจะเริ่มจากการจับเท้าของเขา นวดเล็กน้อย ให้เขาเคยชินกับการถูกจับเท้า จากนั้นอาจจะให้ขนมเป็นรางวัลเมื่อเขาทำตัวดียามที่เราจับเท้าของเขา แล้วถึงค่อยลงมือตัดเล็บให้ ยิ่งเราเริ่มต้นไว ความกลัวของเขาที่มีต่อการตัดเล็บก็จะลดลงตามไปด้วย


สาม 
     ในการตัดเล็บให้สุนัขคุณต้องทำอย่างช้าๆ และทำอย่างนิ่มนวล


สี่
     เรียนรู้โครงสร้างของเล็บ ว่าส่วนไหนมีเลือดไปหล่อเลี้ยง ตรงไหนตัดได้ตรงไหนตัดไม่ได้ ถ้าเล็บของสุนัขของคุณขาวสะอาด จะเห็นได้ชัดเลยว่าตรงพื้นที่สีชมพูนั้นเป็นส่วนที่ไม่ควรตัด


ห้า 
     ก่อนที่จะลงมือตัดคุณต้องดูก่อนว่า ควรตัดเล็บยาวขนาดไหน หลักการง่ายๆก็คือ ตัดส่วนที่โค้งลงมา ไม่ควรให้ส่วนที่โค้งลงมาอยู่ใกล้กับอุ้งเท้ามากจนเกินไป ถ้าน้องหมาเดินแล้วเล็บมีเสียงกระทบพื้นก็ควรตัดส่วนที่กระทบพื้นออก


หก
     เริ่มต้นในการตัด สุนัขบางตัวชอบและมีความสุขที่จะนั่งอยู่บนตักของคุณในขณะที่คุณตัดเล็บให้เขา คุณอาจจะนั่งลงบนพื้นแล้วอุ้มน้องหมามานั่งบนตัก แต่สุนัขบางตัวก็อาจจะไม่ชอบวิธีการนั้น คุณก็ลองเปลี่ยนโดยอุ้มเขาไปวางบนโต๊ะ แล้วคุณก็นั่งลงที่เก้าอี้ ข้อสำคัญที่สุดก็คือ ต้องตัดให้ห่างจากพื้นที่สีชมพูสักเล็กน้อย


เจ็ด
     ทำให้น้องหมาชินกับเครื่องลับเล็บ ทำให้มันเป็นประสบการณ์ที่ดี อาจจะนำที่ตัดเล็บไปวางไว้ใกล้เขา ให้เขาเดินมาดู ทำแบบนี้สักระยะ ก่อนที่คุณจะเปิดเครื่อง


แปด
     หลังจากน้องหมาเริ่มคุ้นหน้ากับเครื่องลับเล็บแล้ว คราวนี้คุณก็ลองเปิดเครื่อง ให้สุนัขคุ้นเคยกับเสียงและอาการสั่นของเครื่อง ทำแบบนี้สักระยะจนน้องหมาชิน จากนั้นถึงลงมือลับเล็บให้กับเขา


เก้า
     เมื่อน้องหมาชินกับที่ตัดเล็บและเครื่องลับเล็บแล้ว เมื่อคุณลงมือทำ คุณต้องใช้เครื่องมือดังกล่าวโดยตัดหรือลับเล็บในมุม 45 องศา


     ผ่านไปแล้วกับเคล็ดลับทั้ง 9 ข้อในการทำให้การตัดเล็บน้องหมาเป็นเรื่องง่าย เราหวังว่าต่อไปนี้เจ้าตูบของคุณผู้อ่านคงมีเล็บที่สั้น เดินสบายเท้า และสนุกไปกับการตัดเล็บเท้า ไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือไม่ชอบอีกต่อไป

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การตัดเล็บและเช็ด ทำความสะอาดหู



ตัดเล็บ
      หมาที่เลี้ยงปล่อยวิ่งเล่นตามสนามหญ้าหรือพื้นซีเมนต์ทั่วไปแล้วเล็บจะมีความสึกหรอเองโดยการเสียดสีกับพื้นมักไม่ต้องมาตัดให้เสียเวลา อย่างมากก็เล็ม ๆ เป็นบางเล็บให้เสมอกับส่วนที่สึกกว่า ส่วนหมาที่เลี้ยงอยู่ภายในบ้านวิ่งบนพรมหรือพื้นหินขัดตลอดเวลาเล็บจึงยาว เมื่อตะกุยตะกายเจ้าของ เบาะ หรือประตูทำให้เกิดรอยขีดข่วนอย่างเห็นได้ชัด จำเป็นอยู่ที่จะต้องหมั่นตรวจดูแลและตัดอย่างสม่ำเสมอ การติดเล็บหมาควรทำหลังอาบน้ำเพราะเล็บที่เปียกน้ำมาจะอ่อน ตัดง่าย ควรใช้กรรไกรที่ทำมาเพื่อตัดเล็บหมาโดยเฉพาะซึ่งจะง่ายและปลอดภัย


      เทคนิคสำคัญคือ ต้องคอยสังเกตดูส่วนที่มีเลือดมาเลี้ยงในเล็บจะมองเห็นเป็นสีชมพูแดง 


      ** ระวังอย่างไปตัดโดนโคนเล็บ **



เช็ดหู ทำความสะอาดหู
      หูหมาก็เช่นเดียวกับหูคน มีการสร้างขี้หูออกมาตลอดเวลาเพื่อเป็นการขับสิ่งสกปรกและแปลกปลอมที่อาจเข้าหู หมาบางตัวมีขี้หูมาก แต่บางตัวก็มีน้อย แตกต่างกันไป เจ้าของต้องหมั่นตรวจดูด้วยสายตาว่ามีคราบไคลของขี้หูมากน้อยแค่ไหน มีหนองออกมาหรือไม่ ฯลฯ ประกอบกับใช้จมูกช่วยด้วย คือ ดมกลิ่นหาความผิดปกติ เช่นเหม็นมากขึ้นกว่าเก่าหรือไม่


โดยปกติแล้วเจ้าของสามารถใช้สำลีหรือผ้านิ่ม ๆ เช็ดบริเวณหูและรูหูส่วนนอก ได้เป็นประจำ ส่วนใหญ่มักทำกันหลังอาบน้ำซึ่งเป็นเป็นการดีเพราะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีน้ำหลงเข้าไปในหูบ้างหรือเปล่า ถ้ามีจะได้เช็ดออกให้แห้งเป็นการป้องกันโรคหูอักเสบได้ด้วย


      ** ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดเข้าไปล้างหูนะครับ **



เช็ดตา ล้างตา
      หมาปกติสมบูรณ์ไม่ควรจะมีขี้ตาแฉะหรือเกรอะกรังรวมทั้งน้ำตาไหลเป็นคราบอยู่เสมอ เมื่อเจ้าของหมาพบเข้า นั่นแหละคือต้องมีอะไรผิดปกติแล้ว หากยังไม่มีเวลาไปหาหมอก็อาจทำความสะอาจดูแลรักษาไปพลางก่อน ก่อนโดยการใช้น้ำยาล้างตาหลดลงไปบนผิวกระจากตา 4-5 หยด เป็นระยะ ๆ เพื่อให้น้ำยาล้างตาชะเอาสิ่งสกปรกรวมถึงขี้ตาด้วย จากนั้นใช้กระดาษทิชชูซับรอบ ๆ ภายนอกซับให้แห้ง


      กรณีที่มีน้ำตาไหลเป็นคราบอยู่เป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้ว คราบน้ำตาไหลเหล่านั้นมีคุณสมบัติเกาะติดขนและผิวหนังได้ดีมาก ทำให้เป็นรอบคราบน้ำตาติดแน่นอยู่ที่ 2 ข้างหัวตาย้อยลงมาถึงมุมปาก สิ่งที่จะทำได้โดยการหมั่นเช็ดถูให้บ่อยครั้งขึ้นทุก ๆ วัน ขนที่ติดคราบน้ำตาอยู่จะค่อย ๆ หลุดร่วงไปวันละเล็กวันละน้อย จนขนใหม่ไม่มีคราบน้ำตางอกขึ้นมาแทนที่เต็มหมดแล้วรอยคราบดังกล่าวจะหมดไป

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ความพร้อมในการเลี้ยงสุนัข


1.   ความพร้อมของสถานที่การเลี้ยงสุนัขต้องมีสถานที่ หรือบริเวณสำหรับให้สุนัขวิ่งเล่นออกกำลังกายบ้าง อย่าปล่อยให้สุนัขอยู่ในที่แคบ สิ่งแวดล้อมไม่ดี มันจะรู้สึกซึมและส่งเสียงคราง อุปนิสัยผิดไป ดังนั้นผู้เลี้ยงสุนัขควรคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสถานที่ให้พอเหมาะกับสุนัขด้วย

2. ความพร้อมของผู้เลี้ยง ผู้เลี้ยงควรสำรวจตัวเองเสียก่อนว่าชีวิตความเป็นอยู่ เป็นอย่างไร? และมีเวลาให้กับสุนัขหรือไม่? เช่น ถ้าสถานที่แคบ ไม่มีบริเวณที่จะปล่อยให้สุนัขวิ่งเล่น แต่อยากจะเลี้ยงสุนัขมาก จึงขังพรงเอาไว้ ก็จะไม่ได้อะไรขึ้นมา ผู้เลี้ยงจะได้รับเพียงเสียงเห่าที่หนวกหูเท่านั้น ผู้เลี้ยงต้องมีเวลาพาเขาออกกำลัง วิ่งเล่นบ้าง คอยฝึกสอนบางสิ่งบางอย่างที่เป็นพื้นฐานต่างๆ ให้สุนัข จะทำให้สุนัขที่เลี้ยงมีคุณค่ามากขึ้น เช่น การนั่งคอย การไหว้ ไม่ขโมยอาหารและกินมูมมาม

3. ความรัก การเลี้ยงดูสุนัขต้องมีความรัก ความจริงใจ และเสมอต้นเสมอปลายด้วย เพราะบางคนนำสุนัขมาเลี้ยง ขณะที่ยังเป็นลูกสุนัข มีความน่ารัก ขนปุกปุย ขี้เล่น แต่พอสุนัขโตขึ้นความน่ารักดังกล่าวก็จะค่อยๆ หายไป นิสัยใจคอเปลี่ยนไป รูปร่าง ขนที่ปุกปุยก็จะหยาบ ขายาว ตัวโตขึ้น หมดความน่ารักลง ทำให้ไม่อยากเอาใจใส่และไม่เล่นกับมัน แต่สุนัขไม่มีความเข้าใจในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนี้ ยังคงทำในสิ่งที่เคยทำ เช่น อยากจะให้อุ้ม แล้วตะกุยตะกายให้อุ้ม แต่เรามักไม่เข้าใจ ก็ทำโทษมันด้วยความโมโห และรำคาญที่ถูกเล็บข่วนเป็นแผล หรือทำให้เสื้อผ้าสกปรก จึงทำโทษด้วยการดุหรือเฆี่ยนตี ทำให้สุนัขเข็ด กลับ ไม่อยากเข้าใกล้ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้สุนัขที่เคยน่ารักหมดคุณค่าไป

4. ความเอาใจใส่ในชีวิตประจำวัน เมื่อสุนัขเกิดอาการไม่สบาย มันไม่สามารถบอกเล่าอาการต่างๆ ได้เหมือนคน จึงต้องคอยสังเกต เอาใจใส่ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สุนัขมีความเป็นอยู่ที่ดี นอกเหนือไปจากการให้อาหารและน้ำดื่้มที่สะอาดแล้ว ต้องคอยสังเกตว่าสุนัขมีสุขภาพอย่างไร ในเรื่องของการขับถ่าย ท้องเสียหรือไม่ มีกิริยาท่าทางร่าเริง หรือหงอยซึม ไม่สบาย มีเห็บ  หมัด รบกวนหรือไม่ หากพบสิ่งผิดปกติ ต้องรีบช่วยเหลือทันที

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การดูแลสุนัขแรกคลอด



     ลูกสุนัขที่เกิดใหม่ ควรให้อยู่ในที่อบอุ่นและเงียบสงบ โดยอาจจะปูผ้าให้นอน และหมั่นคอยเปลี่ยนผ้ารอง เพื่อให้มีความสะอาดและแห้งอยู่เสมอ และระวังอย่าให้ผ้าปิดจมูกลูกสุนัข มิฉะนั้นจะหายใจไม่ออก ลูกสุนัขที่มีสุขภาพดี เป็นปกติ ที่เพิ่งเกิด จะต้องการพักผ่อนและมักจะหลับเป็นเวลานาน หากลูกสุนัขตัวใดตะเกียกตะกาย หรือส่งเสียงร้องตลอดเวลา เจ้าของควรจะดูแลใกล้ชิด และหาสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้น การดูแลลูกสุนัขแรกคลอด สามารถปฏิบัติได้ดังต่อไปนี้ คือ.-

     1. ให้ความอบอุ่น
     2. ให้อยู่ในที่เงียบสงบ
    3. ให้ได้รับน้ำนมจากแม่สุนัข (Colostrum) โดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากต่อความคุ้มโรคของลูกสุนัข
     4. อายุ 2 - 3 วัน สายสะดือจะแห้งและหลุดออก
     5. อายุ 3 - 4 วัน พาไปหาหมอ เพื่อตัดหางและนิ้วติ่งออก (ในสุนัขบางพันธุ์)

โปรแกรมการดูแลและฉีดวัคซีนในลูกสุนัข

อายุสุนัข                                         คำอธิบาย
3-4 สัปดาห์                     - ตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิ
                                    - วัคซีนป้องกันหวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ (ชนิดหยอดจมูก)

6-8 สัปดาห์                     - ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขและลำไส้อักเสบติดต่อ หรือวัคซีนป้องกัน
                                       ไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ และเลปโตสไปโรซิส ฉีดวัคซีนป้องกันโรค
                                       ลำไส้
                                     - ตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิ ป้องกันพยาธิหัวใจ

8-10 สัปดาห์                    - ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ ลำไส้อักเสบติดต่อ
                                        หวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ และเลปโตสไปโรซิส

10-14 สัปดาห์                   - ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ ลำไส้อักเสบติดต่อ
                                        หวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ พิษสุนัขบ้า และเลปโตสไปโรซิส

ทุก 1 ปี                            - ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ ลำไส้อักเสบติดต่อ
                                        หวัด หลอดลมอักเสบติดต่อ พิษสุนัขบ้า และเลปโตสไปโรซิส

การป้องกันพยาธิหัวใจ          - การป้อนยาป้องกันทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง

การถ่ายพยาธิ                     - ควรถ่ายซ้ำอย่างน้อย ทุก 3 เดือน

การคุมกำเนิด                     - ทำหมัน เมื่อสุนัขอายุ 8 เดือน - 1 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับพันธุ์

การตัดหาง                        - เมื่ออายุ 3 - 5 วัน

การตัดนิ้วติ่ง                      - เมื่ออายุ 3 วัน - 1 สัปดาห์

หมายเหตุ                          - โปรแกรมวัคซีน อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับ
                                         สถานการณ์


โรคต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นกับน้องสุนัข

1. โรคหัด
2. โรคลำไส้อักเสบ
3. โรคพิษสุนัขบ้า
4. โรคพยาธิหนอนหัวใจ

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การเลี้ยงดูสุนัขขณะตั้งครรภ์ ตอนที่ 2



ดูแลยามคลอด


การดูแลขณะคลอด


     ขณะที่แม่สุนัขที่พร้อมจะคลอดลูก เจ้าของสุนัขควรคอยดูแลอยู่ห่างๆ เว้นแต่ในรายของสุนัขที่คลอดยากหรือมีแรงบีบตัวของมดลูกน้อย ในกรณีนี้เจ้าของสามารถช่วยเหลือสุนัขได้ โดย.-

     1. ควรช่วยดึงลูกสุนัขเบาๆ โดยใช้ผ้าสะอาดหรือผ้า Gauze จับลูกสุนัข การดึงต้องทำด้วยวิธีที่นุ่มนวลมากที่สุด และด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

     2. หลังจากที่ช่วยดึงลูกสุนัขออกมาแล้ว จะต้องรีบดึงเยื่อเมือกที่หุ้มตัวลูกสุนัขออกให้หมด โดยเฉพาะส่วนหัว ควรล้างเอาเยื่อเมือกต่างๆ ออกจากปากและหลอดลม ขณะเดียวกันอาจจะจับลูกสุนัขเอาหัวลง สะบัดให้เยื่อเมือกออกจากปาก ลูกสุนัขจะเริ่มต้นหายใจ

     3. ทำการตัดสายสะดือ โดยใช้ไหม (Silk) ที่ได้รับการฆ่าเชื้อโรคผูก และตัดสายสะดือห่างจากผนังช่องท้องประมาณ 1.5 นิ้ว

     4. ใช้ผ้าแห้งที่สะอาดเช็ดเยื่อเมือกต่างๆ ทั่วตัวลูกสุนัข เป็นการกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบการหายใจ

     5. นำลูกสุนัขที่คลอดไปรับน้ำนมแรกคลอดจากแม่ โดยเร็วที่สุด เพราะมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ที่จะสามารถ่ายทอดจากแม่มาสู่ลูกสุนัขได้ ถ้าไม่สามารถทำการช่วยเหลือได้ เช่น ลูกสุนัขมีขนาดใหญ่มาก ควรพาไปพบสัตวแพทย์


แม่สุนัขหลังคลอดลูกและเลี้ยงลูก

     อาหารที่ใช้เลี้ยงสุนัขที่เลี้ยงลูกไม่ได้ มีให้เฉพาะแม่สุนัขเท่านั้น แต่มันจะต้องถ่ายทอดไปให้ลูกสุนัขด้วย โดยการเปลี่ยนเป็นนม  ฉะนั้นปริมาณอาหารที่แม่สุนัขจะได้รับจะต้องเพิ่มขึ้น โดย.-

     สัปดาห์แรก     เพิ่มเท่าครึ่งจากปกติ
     สัปดาห์ที่ 2     เพิ่มเป็น 2 เท่า
     สัปดาห์ที่ 3     เพิ่มเป็น 3 เท่า

     สิ่งที่ต้องเสริมเพิ่มเติมแก่แม่สุนัข ได้แก่ แร่ธาตุ คือแคลเซียมและฟอสฟอรัส เพราะแม่สุนัขให้นมลูก ทำให้ปริมาณแคลเซียมก็จะลดลงจนถึงระดับที่เกิดการขาดแร่ธาตุที่เราเรียกว่าภาวะแคลเซียมต่ำ

     แม่สุนัขจะแสดงอาการชัด เกร็ง น้ำลายไหลยืด ตัวร้อนจัด ซึ่งจะเรียกว่า Milk Fever หลังใช้น้ำนม เมื่อเจ้าของนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์ ซึ่งสัตวแพทย์จะฉีดแคลเซียมให้ อาการจะทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทางที่ดีควรมีการป้องกันไว้ โดยการเพิ่มเติมแคลเซียมลงไปในอาหารของแม่สุนัขเลี้ยงลูกตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ พร้อมกับให้จากแหล่งอาหารธรรมชาติ คือ นม ซึ่งจะเป็นการป้องกันปัญหาได้ดี